Archive for ตุลาคม, 2008

การดูแลรักษาจอภาพ

หลาย ๆ คนที่ได้อ่านblog ของผมแล้ว อาจคิดว่า ทำไมต้องนำเสนอเรื่องเกี่ยวกับอุปกรณ์ในคอมพิวเตอร์ ว่าอย่าลืมนะครับว่า อุปกรณ์พวกนี้มีความสำคัญมาก ยิ่งจอภาพนะครับ เป็นอุปกรณ์แสดงผลที่สำคัญเลยทีเดียว วันนี้ผมจะพาไป พบกับเนื้อหา ของการดูแลรักษาจอภาพ
-ภายหลังการใช้งานจอภาพไม่ควรคลุมผ้าในทันที ควรปล่อยทิ้งไว้ประมาณ ครึ่งชั่วโมงหรือรอให้ความร้อนที่เกิดขึ้นกับจอภาพลดน้อยลงก่อน จึงค่อยคลุมผ้ากันฝุ่น
-ไม่ควรทิ้งจอภาพไว้ชิดกันผนังเกินไปเพราะการถ่ายเทความร้อนที่ไม่ดีพอ อาจให้จอภาพและ เครื่องคอมพิวเตอร์มีอายุการใช้งานที่สั้นลงกว่าปกติ
-ควรใช้โปรแกรม Screen server โดยตั้งเวลาไว้ประมาณ 10-14นาที เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพของจอภาพ

การแสดงผลของจอภาพ

สวัสดีครับ วันนี้มาพบกับการแสดงผลของจอภาพนะครับ จะมีศัพท์และเทคนิคต่าง ๆ มากมาย จะเป็นโปรโยชน์อย่างมากเลยนครับเหมาะแก่การศึกษา
pixel
เป็นค่าที่แสดงถึงความละเอียดของการแสดงผล กล่าวคือยิ่งมากก็ยิ่งแสดงผลได้ละเอียด มากนั่นเอง (แต่จะมีส่วนสัมพันธ์กับขนาดของจอภาพ) โดยปกติจะมีให้เลือกซื้อ 1024*768 ซึ่งเป็นค่าต่ำสุดในการเลือกซื้อจอภาพในปัจจุบัน แต่อาจเป็นความละเอียดสูงสุดที่จอภาพจะสามารถแสดงผลไ้ด้
ถึงแม้ว่าจอภาพขนาด 15 นิ้ว ส่วนใหญ่รองรับความละเอียดในการแสดงผลได้สูงสุดถึง 1024*768 ก็จริงแต่ในทางปฎิบัติค่าที่เหมาะสมคือ 800*600 เพราะพื้นที่ในการแสดงผลนั้นจำกัด หากตั้งค่าดังกล่าวภาพที่แสดงจะมีขนาดที่เล็กมองยากลำบากดังนั้นหากต้องการแสดงผลที่มีความละเอียดสูงก็ต้องใช้จอภาพขนาดใหญ่ด้วย
Dot pitch
เป็นค่าระยะห่างระหว่างจุดในการแสดงผล หมายความว่าระยะห่างระหว่างจุดใน การแสดงผลมีน้อยก็จะส่งผลให้ ภาพที่แสดงความละเอียดมากยิ่งขึ้น ค่าของ Dot pitch มี 0.28 ,0.26,0.24 mm.

อัตราการกวาดสัญญาณ (Refresh Rate)
เป็นค่าของอัตราการกวาดสัญญาณบนหน้าจอภาพ หากมีมากก็จะส่งผลให้ภาพที่แสดงผลมองเห็นด้วยอัตราการกระพริบของภาพลดน้อยลง จะมีค่า 56 ,60,72,75,85,100,120 Hz ค่าที่เหมาะสม คือ 85 Hz หากน้อยกว่านี้ เช่น 60 Hz จะสามารถมองเห็นได้น้อยแตกต่างกันไป ด้านสุขภาพนั้น หากมีอัตราการกวาดสัญญาณที่เหมาะสมก็จะช่วยลดอาการปวดล้ากระบอกตาอันเนื่องจากภาพกระพริบบนหน้าจอภาพลงได้

[review] mybittorrent

สวัสดีครับวันนี้ผมไป search ใน google นะครับ ผมไปพบเจอเว็บไซต์นี้น่าสนใจมากเลยทีเีดียว เป็นเว็บสำหรับคอ bit สาวก bit ที่ไม่ควรพลาดสำหรับสิ่งดีดีเหล่านี้

www.mybittorrent.com เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมไฟล์บิท ประเภทต่าง ๆ ไว้มากมาย เช่น โปรแกรม เพลง หนัง ภาพยนตร์ (แต่เป็นของเมืองนอกหมดเลยนะครับ) สำหรับคนที่เน็ตช้าก็ต้องทำใจหน่อยแล้วละ แต่ถ้าเป็นโคโล ละ ไม่ต้องห่วงเลยครับ สบาย
จุดเด่นของเว็บ
โดยส่วนตัวผมชอบการออกแบบนะครับ ดูง่าย สบายตา เนื้อหา เยอะดีครับไฟล์เยอะมากมายเลย เป็นเว็บไซต์ฺที่น่าติดตามอย่างมาก เลยครับ

เห็นไหมละครับว่าเว็บไซต์ดีดีแบบนี้ก็ยังมีสำหรับนักโหลด นักสะสมโปรแกรม ต่าง ๆ ลองนำไปใช้ดูนะครับ www.mybittorrent.com

จอภาพ(2)

หลักการทำงานพื้นฐานของจอภาพ
CRT Monitor
คือ จอภาพแบบใช้หลอดแก้ว (ลักษณะแบบเดียวกับทีวี) จอภาพสีจะมีปืนอิเล็กตรอน อยู่ 3 สี คือ แดง เขียว น้ำเงิน ทำหน้าที่ยิงลำแสงอิเล็กตรอนไปกระทบกับสารฟอสเฟอร์ ที่ฉาบบริเวณด้านหน้าของจอภาพเป็นผลให้มีจุดสว่างบนหน้าจอ จุดที่อิเล้กตอรนตกกระทบเรียกว่า Pixel ลำแสงอิเล็กตอรนจะต้องผ่านไปยังจานโลหะ หรือว่าเรียกว่า Shadow Mask (ที่เจาะรู ระยะห่างระหว่างรูเรียกว่า Dot Pitch ซึ่งหากมีระยะห่างน้อยก็จะส่งผลให้ภาพที่แสดงมีความละเอียดมากขึ้น)
ปืนอิเล้กตรอนจะยิงไปที่จุดศูนย์กลางของจอภาพเสมอ ดังนั้นการที่มีภาพปรากฎบนหน้าจอได้นั้น ลำแสงที่ยิงออกไปจากปืนอิเล็กตรอนจะถูกหักเหหรือเบี่ยงเบนไปตามแนวตั้ง และแนวนอน โดยแท่งขดลวดแม่เหล็กไฟฟ้าทำหน้าที่เหนี่ยวนำลำอิเล็กตรอนให้มีทิศทางตามต้องการ หรือเรียกว่า Yoke เรียกวิธีการนี้ว่า่ การสแกน (Scan)
LCD Monitor
หลักการทำงานเบื้องต้นของจอภาพแบบผลึกเหลว แผงของหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์จะกำเนิดแสงสว่างอยู่บริเวณที่ด้านหลังของภาพ แสงสว่างจะผ่านไปยังตัวกรองโพลาไรซ์ แนวนอน แสงที่ผ่านได้จะเป็นแนวนอนเท่านั้น เมื่อแผงเซลล์ผลึกเหลวได้รับกระแสไฟฟ้าค่าสูงสุดแสงก็จะถูกหมุนไป 90 องศา ซึ่งก็จะทำให้แสงสามารถผ่านตัวกรองสีไปได้ หากได้รับกระแสไฟ้าค่าต่ำว่าแสงที่มหุนก็จะเป็นมุมที่น้อยกว่่า 90 องศา แสดงก็จะสามารถผ่านได้น้อยกว่ามีผลทำให้เกิดการแสดงผลในเฉดสีต่าง ๆ จากนั้นแสงก็จะผ่านตัวกรอง โพลาไรซ์แนวตั้ง แสงที่ผ่านได้ก็จะเฉพาะแสงในแนวตั้งเท่านั้น
จอภาพแบบ LCD ยังแบบออกเป็นแบบ Passive [...]

จอภาพ(1)

จอภาพนั้นมีความสำัคัญอย่างไร มาดูกันเลย
จอภาพ หมายถึง อุปกรณ์ทางอิล็กทรอกนิกส์ที่ทำหน้าที่แสดงผลต่าง ๆ ในรูปแบบตัวอักษร รูปภาพ เป็นหน่วยแสดงผลที่สำคัญที่สุด หากไม่มีอุปกรณ์ดังกล่าวก็จะไม่สามารถทำงานได้
ประเภทของจอภาพ
1.CRT Monitor จอภาพแบบหลอดแก้ว
เป็นจอภาพที่นิยมใช้งานทั่วไป ข้อดีคือ ราคาไม่สูง ข้อเสียขนาดใหญ่ น้ำหนักมาก ต้องก่ีพื้นที่ในการจัดวาง มีความร้อนเกิดขึ้นค่อนข้างสูงในขณะใช้งาน
2.LCD Monitor จอภาพแบบใช้ผลึกเหลว

เป็นเทคโนโลยีใหม่เริ่มนำมาใช้งานมากขึ้นมีแนวโน้มราคา ต่ำลงกว่าเดิม ข้อดีคือ มีรูปทรง ทันสมัย ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา มีความร้อนในขณะใช้งานต่ำ เคลื่อนย้ายได้สะดวก ข้อเสีย ราคาค่อนข้างสูง แม้จะต่ำลงกว่าเดิมก็ยังค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับจอภาพแบบประเภทอื่น ๆ

การเลือกซื้อ UPS

สวัสดีครับ UPS ที่ขายนั้นมีหลายรูปแบบมากมายเลือกไม่ถูกเลยก็ว่าได้ ผมจะแนะนำเทคนิควิธีการเลือกซื้อแบบง่าย ๆ มาฝากกันนะครับ
การเลือกซื้อ UPS
1.พิจารณาจากสภาพปัญหาทางไฟฟ้า
2.เลือกประเภทของ UPS ให้เหมาะต่อการนำไปใช้งาน
3.เลือกขนาดและกำลังไฟฟ้าให้เหมาะสมต่อการใช้งาน
4.ความสามารถในการปรับระบบแรงดันไฟฟ้า ค่าต่ำสุด-สูงสุด
5.คุณภาพของเครื่อง ฯ โดยเฉพาะแบตเตอรี่
6.ระยะเวลาในการสำรองไฟฟ้าขณะเกิดไฟฟ้าดับ
7.ระยะเวลาในการรับประกินสินค้า
8.บริษัทผู้ผลิต (ชื่อเสียงการบริการหลังการขาย)

ประเภทของUPS

สวัสดีึครับ หลายคนอาจจะได้ยินว่า “เฮ้ยซื้อเครื่องสำรองไฟยัง” แต่คุณจะรู้ไหมว่าเครื่องสำรองไฟมีกี่ประเภท แล้วชื่ออย่างเป็นทางการชื่ออะไรหลักการทำงานของเจ้าเครื่องนี้ เดี๋ยวเราไปดูกันเลยครับ
ประเภทของ UPS
UPS แบ่งได้ 3 ประเภท คือ
1.Off Line UPS
มีคุณสมบัติสำรองกระแสไฟฟ้า (ป้องกันไฟฟ้าดับ)ได้เพียงอย่างเดียว จะมีราคาถูกมากครับ
2.Line Interactive UPS with Stabilizer
มีคุณสมบัติสำรองกระแสไฟฟ้า (ป้องกันไฟฟ้าดัีบ) และควบคุมแรงดันกระแสไฟฟ้า ในกรณีที่เกิดปัญหาไฟฟ้าดับ ไฟฟ้าตก พัฒนามาจากแบบแรก นิยมใช้งานมากที่สุดในปัจจุบัน ราคาปานกลาง
3.On Line UPS
มีคุณสมบัติสำรองกระแสไฟฟ้า (ป้องกันไฟฟ้าดับ) ควบคุมแรงดันกระแสไฟฟ้าในกรณีที่เกิด ปัญหาไฟฟ้าตก - ไฟฟ้าเกิน ยังถือว่าเป็น UPS ที่มีคุณภาพสูงกว่าชนิดอื่น มีการจ่ายกระแสไฟตลอดเวลา มีความเชื่อถือได้สูง ป้องกันสัญญาณรบกวนต่าง ๆ มีการออกแบบป้องกันการโหลดอย่างสมบูรณ์ มีราคาสูงกว่าแบบอื่น ๆ

ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อpower supply

สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาพูดถึง สาเหตุของผลกระทบจากการจ่ายไฟฟ้านะครับ เช่นเวลาเราเล่นคอม เกิดไฟฟ้าดับ จะแก้ไขอย่างไร จะเกิดผลเสียอะไรบ้างต่อคอมพิวเตอร์ของเรา ไฟฟ้ากระชาก ข้อมูลจะสูญหายหรือเปล่า ไปดูกันเลยครับ
ตามปกติไฟฟ้าที่จ่ายตามบ้าน มาตรฐานคือ ไฟฟ้ากระแสสลับ แรงดัน 220 โวลท์ ความถี่ 50 ต่อวินาที (220 v.AC 50Hz )
ไฟฟ้าตก หมายถึง ระดับแนงดันไฟฟ้าจากแหล่งจ่ายต่ำลงกว่าระดับปกติ เช่น 180,190,200,210v. ปัญหาดังกลาว นี้จะส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์ทำให้พลังงานไม่พอการใช้งาน
ไฟฟ้าดับ หมายถึง ไม่มีไฟฟ้าจากแหล่งจ่ายพลังงาน ปัญหาดังกล่่าวส่งผลกระทบต่อคอมพิวเตอร์ เช่น ขณะกำลังใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์แต่เกิดไฟฟ้าดับกระทันหันผล คือ โปรแกรมหรือฮาร์ดดิสก์ อาจเสียหายได้ ถ้าเกิดบ่อย ๆ ข้อมูลอาจสูญหายได้
ไฟฟ้าเกิน หมายถึง ระดับแรงดันไฟฟ้าจากแหล่งจ่ายสูงกว่าปกติ 230,240,250,260 v. ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์เนื่องจากมีแรงดันไฟฟ้าสูงเกินจากระดับปกติ อาจทำให้อุปกรณ์บางชนิดได้รับความเสียหาย
ไฟกระชาก หมายถึง ระดับแรงดันไฟฟ้ามีการเปลี่ยนแปลงฉับพลัน เช่นระดับแรงดันไฟฟ้ามีการเพิ่มหรือว่าลดลงอย่างฉับพลัน อาจทำให้อายุการใช้งานของคอมพิวเตอร์สั้นลง

ที่ก็เป็นแค่ตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ นะครับที่ผมหยิบยกมาให้ดูกัน ขอบพระคุณครับ

ชนิดการจ่ายไฟฟ้าคอมพิวเตอร์

สวัสดีครับ หลังจากที่ผมได้ออกกองถ่าย ของสกอ. มานะครับ (ผมก็ไม่เข้าใจเมหือนกันว่าหน่วยงานไหน เพราะว่าเห็นผู้กำกับเค้าพูดสกอ. ผมก็ต้องตามครับ) มาต่อด้วยเรื่องชนิดของ power supply กันต่อนะครับ จะพูดถึงชนิดของการจ่ายไฟฟ้าในคอมพิวเตอร์
แบบ AT Power supply
เป็นภาคจ่ายไฟฟ้าแบบเก่าใช้กับเครื่องรุ่นเก่า ไม่สนับสนุนการทำงานของ OS ใหม่ ๆ (OS= Operating Software)
แบบ ATX Power Supply
นิยมใช้เป็นภาคจ่ายไฟฟ้าในปัจจุบัน สนับสนุนคำสั่ง Shut Down หรือ Turn off computer และ system stand by ของ OS รุ่นใหม่
ความแตกต่างของ AT และ ATX
-ความแตกต่างการใช้งาน
แบบ AT
สังเกตได้เวลาเปิเเครื่องคอมพิวเตอร์ ผู้ใช้จะต้องปิดสวิทช์ที่เครื่องอีกครั้งถึงจะดับ
แบบ ATX
รอคำสั่งปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ ด้วย OS

ข้อดีและข้อเสีย LinearกับSwitching

สวัสดีึครับ วันนี้มาดูภาคต่อ ของการจ่ายไฟในคอมพิวเตอร์เรานะครับ คือ power Supply ของเรานั่นเองผม จะมาแนะนำถึงข้อดีและ้ข้อเสียนะครับ ไปดูกันเลยดีกว่า

Power Supply (for computer)

Linear

Switching

-ขนาดใหญ่
-น้ำหนักมาก
-วงจรไม่ซับซ้อน(ซ่อมง่ายมาก)
-ประสิทธิภาพต่ำ
-กำลังวัตถ์ ต่ำมีราคาถูก ถ้ากำลังงานสูงจะแพงมาก
-มีสัญญาณรบกวนต่ำ
-ขนาดเล็ก
-น้ำหนักเบา
-วงจรค่อนข้างซับซ้อน
-มีประสิทธิภาพสูง
-กำลังงานต่ำมีราคาสูง ถ้ากำลังงานสูงจะมีราคาค่อนข้างถูก
-มีสัญญาณรบกวนสูง