เว็บเอ็มไทยพาผู้โชคดีและแม่ฉลองเทศกาล

Pic_27525

จากกิจกรรมบอกรักแม่ออนไลน์ เปิดโอกาสให้จูงแม่ไปรับประทานอาหาร ร่วมกับแขกรับเชิญคู่พิเศษ อริซ-อภัสนันท์และแม่ ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้ให้บริการเว็บไซต์เอ็มไทยดอดคอม (www.mthai.com) จัดกิจกรรม “me & mom with women mthai” โดยเปิดโอกาสผู้โชคดีจากกิจกรรมบอกรักแม่ออนไลน์ ได้ร่วมรับประทานอาหารกับคุณแม่ภายใต้บรรยากาศอบอุ่น พร้อมมีโอกาสใกล้ชิดกับนักแสดงนำจากภาพยนตร์เรื่องรูมเมท “อริซ-อภัสนันท์ วรภิรมย์รักษ์” ที่มาร่วมบอกรักกับคุณแม่ ณ ร้านชาบูชิ สาขารัชโยธิน อเวนิ

bcoms.net

โฟโต้ฟาสต์ออกเมโมรีคอมแพคแฟลชสู้คู่แข่ง

Pic_27526

เปิดตัวทีเดียว 2 รุ่น GMonster CF-533X และ CF-533X Plus ด้วยนวัตกรรมจัดการไฟล์ขนาดใหญ่ ช่วยบันทึกและอ่านข้อมูลอย่างรวดเร็ว เจาะกลุ่ม DSLR คุณภาพสูง…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท โฟโต้ฟาสต์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ล่าสุด GMonster CF-533X และ CF-533X Plus เมโมรีคอมแพคแฟลชล่าสุด ด้วยหน่วยความจุในการจัดเก็บข้อมูลขนาด 8GB 16GB และ 32GB ตามลำดับ ด้วยความเร็วในการอ่านและบันทึกข้อมูลสูงสุด 80 เมกะไบต์ต่อวินาที ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการในการใช้งานหน่วยความจำสำหรับกล้องดิจิตอล โดยเฉพาะความจุของสายผลิตภัณฑ์ GMonster CF และอัตราการส่งผ่านข้อมูลและการบันทึกในอัตราสูง ทำให้ GMonster CF-533X และ CF-533X Plus เหมาะกับการใช้งานกล้องดิจิตอล DSLR ระดับไฮเอนด์ ที่ต้องการความสามารถในการบันทึกและอ่านข้อมูลไฟล์ภาพขนาดใหญ่ ตลอดจน ใช้บันทึกภาพเคลื่อนไหวเป็นไฟล์วิดีโอและภาพที่ต้องการความต่อเนื่อง

นายพัฒนะ อิสระพิทักษ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฟโต้ฟาสต์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ขนาดหน่วยความจำไม่ใช่ปัจจัยหลัก ความเร็วและระยะเวลาในการอ่าน รวมถึง การบันทึกข้อมูลก็เป็นส่วนสำคัญในเวลาใช้งานจริง โดยโฟโต้ฟาสต์คำนึงถึงเรื่องดังกล่าว และเน้นระดับความเร็วในการอ่านและบันทึกข้อมูลลงคอมแพคแฟลชรุ่น CF-533X Plus ด้วยอัตราความเร็วสูงถึง 80 เมกะไบต์ต่อวินาที ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของโฟโต้ฟาสต์ ได้ที่ http://www.photofast.tw

bcoms.net

เผยคดีละเมิดซอฟต์แวร์ ซัดผิดจ่าย2ล

Pic_27531

บีเอสอี แถลง ออโต้เดสค์เฮรอบ 2 หลังศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ ตัดสินให้ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์รับค่าเสียหายมูลค่า1.8 ล.บาท ขณะที่ไทยรั้งเบอร์ 8 ละเมิดลิขสิทธิ์ฯ จาก 19 ประเทศ…

นายโรแลนด์ ชาน ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กลุ่มพันธมิตรธุรกิจซอฟต์แวร์ หรือบีเอสเอ กล่าวว่า ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ตัดสินให้ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ด้านการออกแบบและวิศวกรรม ได้รับค่าเสียหายมูลค่า1.8 ล้านบาท รวมถึงค่าความเสียหายของซอฟต์แวร์ที่ถูกละเมิด และดอกเบี้ยนับตั้งแต่มีการใช้ซอฟต์แวร์เถื่อนเป็นต้นไป โดยพิจารณาจากหลักฐานที่จำเลย เป็นโรงงานผลิตพลาสติกขนาดใหญ่ และมีฐานลูกค้าอยู่ในเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ

ผอ.ฝ่ายการตลาดประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บีเอสเอ กล่าวต่อว่า คดีดังกล่าวเริ่มต้นเมื่อปลายปี 2548 หรือเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา โดยการสืบสวนของตำรวจ จนนำไปสู่การเข้าตรวจค้นสำนักงานของบริษัทฯ และพบซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ที่พนักงานของบริษัทใช้งาน หลังจากการดำเนินคดีในศาลอาญาจึงยื่นฟ้องต่อศาลแพ่ง และได้รับชัยชนะเมื่อเดือน ก.ค.2552 ที่ผ่านมา

“คดีนี้เป็นคดีที่สองของปี 2552 ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางของไทยตัดสินให้ ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ บริษัท ออโต้เดสค์ ได้รับชัยชนะในคดีละเมิดลิขสิทธิ์ หลังจาก ได้รับชัยชนะในคดีละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ครั้งแรก และได้รับค่าเสียหายมูลค่า 3.5 ล้านบาทเมื่อเดือนม.ค.2552 ที่ผ่านมา” นายชาน กล่าว

ผอ.ฝ่ายการตลาดประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บีเอสเอ กล่าวอีกว่า จากการสำรวจการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์จำนวน 19 ประเทศ พบว่า ประเทศไทยอยู่ลำดับ 8 ขณะที่ 5 ลำดับแรกประกอบด้วย บังกลาเทศ 92% สาธารณรัฐประชาชนจีน 80% อินโดนีเซีย 85% ปากีสถาน 86% และ ศรีลังกา 90% นอกจากนี้ ถ้าลดอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ลงภายใน 4 ปี มูลค่าจีดีพีของประเทศจะเพิ่มขึ้น 1 พันล้านบาทด้วย อีกทั้ง จะเปิดตัววิดีโอใหม่ในเอเชีย โดยการรายงานการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟตช์แวร์ ช่วงต้นเดือนก.ย.2552

นายชาน กล่าวด้วยว่า คดีแพ่งอีกหลายคดี ที่มีกว่า 60 บริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์ฟ้องร้องกรณีละเมิดลิขสิทธิ์อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฯ ทั้งนี้ เมื่อรวมกับการตรวจค้นจับกุมบริษัทที่ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ของตำรวจ คิดเป็นมูลค่ากว่า 150 ล้านบาทในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2552 นี้แล้ว อย่างไรก็ตาม นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับความพยายามลดการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในประเทศไทย

bcoms.net

คิงส์ตันเปิด SSDNow V+ ลุยตลาด SSD

Pic_27524

เน้นความจุในการจัดเก็บเป็นหลัก พร้อมเพิ่มความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูล รองรับการใช้ทรัพยากรที่เพิ่มขึ้น มั่นใจรับประกัน 3 ปี สนับสนุนด้านเทคนิคฟรี…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท คิงส์ตัน เทคโนโลยี อิงค์ ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ล่าสุด “โซลิดสเตทไดรฟ์” SSDNow V+ ในสายผลิตภัณฑ์ตระกูล SSDNow โดยมีความจุให้เลือกใช้สูงสุดถึง 256 กิกะไบต์ ด้วยกระบวนการส่งผ่านอินพุตและเอาต์พุตต่อวินาที (IOPS) ที่สูงกว่าในอดีต พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูลมากกว่าฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ทั่วไป เหมาะสำหรับผู้ใช้และตลาดระดับเอ็นเตอร์ไพรส์ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพสื่อบันทึกข้อมูล และขยายอายุการใช้งานของระบบที่มีอยู่เดิม

นายนาธาน ซู ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์หน่วยความจำแฟลช ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บ.คิงส์ตันฯ กล่าวว่า SSDNow V+ คือโซลิดสเตทไดรฟ์ในอุดมคติของผู้ใช้ ผู้สร้างระบบ แลผู้รวมระบบ ภายใต้สภาพแวดล้อมขององค์กรที่มีความต้องการใช้งานสื่อบันทึกข้อมูลระดับสูง เนื่องจาก การใช้ทรัพยากรระบบที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ใช้ต้องการไดรฟ์ที่มีความจุมากกว่าเดิม ขณะที่ ค่า IOPS ที่สูงขึ้น ทำให้ผู้ใช้สามารถจัดเก็บข้อมูลและเข้าสู่ระบบปฏิบัติการหรือแอพพลิเคชันต่างๆ ได้รวดเร็วกว่าเดิม

ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์หน่วยความจำแฟลช ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บ.คิงส์ตันฯ กล่าวต่อว่า ระบบปฏิบัติการของเครื่องคอมพิวเตอร์จะได้ประโยชน์จากการทำงานของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เนื่องจาก ค่า IOPS สำหรับการอ่านแบบสุ่มไฟล์ขนาด 4K ถูกเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 6,300 ส่วนค่า IOPS สำหรับการเขียนแบบสุ่มไฟล์ขนาด 4K จะอยู่ที่ 291 ไดรฟ์ นอกจากนี้ SSDNow V+ ยังมีความเร็วในการอ่านแบบเรียงลำดับสูงสุดถึง 220 เมกะไบต์ต่อวินาที และความเร็วในการเขียนสูงสุดถึง 180 เมกะไบต์ต่อวินาที ขณะเดียวกัน SSDNow V+ ยังมาพร้อมการรับประกันนาน 3 ปี และการสนับสนุนด้านเทคนิคฟรี ด้วยความไว้วางใจในระบบป้องกันปัญหาไฟฟ้าของคิงส์ตัน (Legendary Reliability) ผู้สนใจสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.kingston.com/thailand

bcoms.net

ฟูจิตสึชู “Best of Service” ไทยเทียบเท่าญี่ปุ่น

Pic_27530

หวังปั้น “Best of Service” ดูแลลูกค้าแบบใกล้ชิด สร้างจุดแตกต่างจากค่ายคู่แข่งขัน เชื่อเป็นกลยุทธ์สำคัญสร้างแบรนด์รอยัลตี้ในใจลูกค้า…

นางสาววรสชา สาระสุรีย์ภรณ์ ผู้จัดการประจำสาขาประเทศไทย ฝ่ายผลิตภัณฑ์ พีซี บริษัท ฟูจิตสึ บีสซิเนส ซีสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าจากปัจจุบันที่มีผู้ใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กจำนวนมากในประเทศไทย และยังคงมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ค่ายคอมพิวเตอร์ทุกค่ายหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องของการบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาศูนย์บริการให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานให้ได้มากที่สุด และถือเป็นการสร้างความแตกต่างระหว่างค่ายคอมพิวเตอร์แต่ละรายที่สามารถนำมาเป็นจุดขายให้กับโน้ตบุ๊คของตนเอง

ผจก.ประจำสาขาประเทศไทย ฝ่ายผลิตภัณฑ์ พีซี บริษัท ฟูจิตสึฯ กล่าวต่อว่า ในส่วนของฟูจิตสึนั้นมีการพัฒนางานด้านการบริการ และศูนย์บริการอย่างต่อเนื่อง จน ขณะนี้ ศูนย์บริการของฟูจิตสึมีมาตรฐานการให้บริการเช่นเดียวกับที่ประเทศญี่ปุ่น เรียกได้ว่าเป็น “Best of Service” ที่ดีที่สุดของการให้บริการผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คในประเทศไทย บริการหลังการขายถือเป็นจุดแข็งของฟูจิตสึ ที่วางเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างความจงรักภักดี ต่อแบรนด์ในใจผู้ใช้โน้ตบุ๊คไทยเสมอมา ผ่านมาลูกค้าที่ได้เข้ามาใช้บริการ มีหลายกรณีที่ลูกค้านำไปบอกต่อถึงการบริการที่ดีที่สุดจากฟูจิตสึที่เขาได้รับ จุดนี้เองทำให้ฟูจิตสึเพิ่มฐานลูกค้าจากงานบริการได้อีกทางหนึ่ง

นางสาววรสชา กล่าวถึงรูปแบบการให้บริการว่า จุดที่ดีที่สุดของงานบริการจากฟูจิตสึ คือ การให้บริการแบบ One to One Service หรือการให้บริการดูแลลูกค้าผู้ใช้โน้ตบุ๊คแบบหนึ่งต่อหนึ่ง โดยวิศวกรคอมพิวเตอร์ของฟูจิตสึ ทำให้ลูกค้าสะดวกในการปรึกษา และค้นหาสาเหตุหลักของอาการเสียของเครื่อง โดยเหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ไม่ต้องการพื้นฐานทางด้านคอมพิวเตอร์มากนัก ผู้ใช้งานแจ้งอาการเบื้องต้นให้วิศวกรทราบได้ทันที และมอบหมายให้เป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ตรวจสอบ นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับลูกค้าที่มีข้อมูลความสำคัญ และต้องการความปลอดภัยในเรื่องของการรั่วไหลของข้อมูล

ผจก.ประจำสาขาประเทศไทย ฝ่ายผลิตภัณฑ์ พีซี บริษัทฟูจิตสึฯ กล่าวอีกว่า ลูกค้าที่มาใช้บริการ จะมองเห็นการทำงานของวิศวกรผ่านทางห้องกระจกได้ตลอดเวลา ทำให้มั่นใจได้ว่าเครื่องโน้ตบุ๊คนั้น จะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ขณะที่โน้ตบุ๊คมีความสำคัญต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว การได้รับการบริการที่รวดเร็ว แม่นยำ ถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ฟูจิตสึให้ความสำคัญมาก ลูกค้าฟูจิตสึที่เข้ารับบริการจากศูนย์บริการหากมีปัญหาไม่ซับซ้อนมากนัก ที่จะรอรับเครื่องโน้ตบุ๊คกลับไปใช้งานต่อได้ทันที หรือหากมีปัญหามากทางวิศวกรของฟูจิตสึก็มีมาตรฐาน ที่จะดูแลเครื่องโน้ตบุ๊คให้พร้อมกับมาใช้งานให้เร็วที่สุด โดยศูนย์บริการของฟูจิตสึเปิดให้บริการตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันเสาร์ระหว่างเวลา 9.00-20.00 น.

นางสาววรสชา กล่าวด้วยว่า งานบริการของฟูจิตสึไทยนั้นทางต่างประเทศเริ่มมาเลียนแบบแล้ว เช่น ฟูจิตสึสิงคโปร์ มีการนำรูปแบบการให้บริการของฟูจิตสึไทย ไปเปิดให้บริการในโมเดิร์นเทรด อย่างไรก็ตามจากคุณภาพสินค้าโน้ตบุ๊คของฟูจิตสึที่มีความเสถียรสูง เหมาะสำหรับธุรกิจในขณะนี้ ที่มีการแข่งขันสูง และไม่ต้องการเสียโอกาสทางธุรกิจ ทำให้ผลิตภัณฑ์ของฟูจิตสึตอบสนองกลุ่มลูกค้าได้เป็นอย่างดี เมื่อผนวกกับการให้บริการในระดับ Best of Service มาตรฐานเดียวกับประเทศญี่ปุ่น ที่ให้บริการแบบใกล้ชิดกับลูกค้า น่าจะมีส่วนสำคัญที่ผลักดันให้แบรนด์ฟูจิตสึ อยู่ในใจผู้ใช้โน้ตบุ๊คในระยะยาว

bcoms.net

ไอบีเอ็มส่ง “เรชันแนล” จับกลุ่มองค์กร

Pic_27532

หนุนผู้บริหารเปลี่ยนทัศนคติ เสริมการลงทุนซอฟต์แวร์ให้มีค่า ช่วยประสานไอทีกับธุรกิจ ใช้การวัดผลในอดีตประยุกต์กับปัจจุบัน ป้องกันข้อผิดพลาด …

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด ประกาศเปิดตัว ซอฟต์แวร์ล่าสุดในกลุ่ม “เรชันแนล” และบริการเพื่อช่วยการลงทุนด้านซอฟต์แวร์ขององค์กร ทำให้สามารถทำงานได้อย่างสอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจ พร้อมช่วยบริหารความเสี่ยงและลดค่าใช้จ่ายแก่องค์กร ด้วยการใช้เครื่องมือในการตรวจสอบและประเมินสถานะของโครงการต่าง ๆ ทางด้านซอฟต์แวร์ และทำให้โครงการเหล่านั้นสร้างผลลัพธ์ให้กับองค์กรอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด

นางเจษฎา ไกรสิงขร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจซอฟต์แวร์ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า สภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ส่งผลให้องค์กรต่างๆ มีข้อจำกัดด้านงบประมาณในการลงทุนด้านไอที ทุกการใช้จ่ายจึงจำเป็นต้องมีแหล่งที่มาและสามารถวัดผลได้อย่างชัดเจน พร้อมเพิ่มผลผลิตและเสริมประสิทธิภาพให้แก่องค์กร โดยซอฟต์แวร์ เรชันแนล อินไซท์ (Rational Insight) ไอบีเอ็ม สามารถช่วยให้ผู้บริหารสามารถคาดการณ์ ประเมิน และวัดผลการลงทุนซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวกับกลยุทธ์ทางธุรกิจได้อย่างชัดเจนและมีประสิทธิภาพ พร้อมลดขั้นตอน ข้อจำกัด และเพิ่มศักยภาพการทำงานของบุคลากร ให้สามารถสร้างผลงานที่มีประสิทธิภาพแก่องค์กร

รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจซอฟต์แวร์ บ.ไอบีเอ็มฯ กล่าวต่อว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดการตัดสินใจผิดพลาดทางธุรกิจ มีสาเหตุจากผู้บริหารไม่ได้รับข้อมูลอย่างถูกต้องและครบถ้วน ผู้บริหารควรเปลี่ยนมุมมองการลงทุนด้านซอฟต์แวร์ โดยมองว่า ค่าใช้จ่ายดังกล่าวเป็นการลงทุนในสินทรัพย์อันมีค่า เนื่องจาก ผู้บริหารสามารถใช้ประโยชน์จากการลงทุนดังกล่าว พร้อมกับความต้องการทางธุรกิจประเภทอื่นขององค์กรมาใช้ เพื่อตัดสินใจทางธุรกิจอย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ ซอฟต์แวร์ เรชันแนล อินไซท์ ช่วยประเมินผลการลงทุนและบริหารโครงการซอฟต์แวร์ภายในองค์กร นอกจากนี้ ไอบีเอ็มยังมีเฟรมเวิร์กตัวล่าสุด คือ Measured Capability Improvement Framework (MCIF) เพื่อเชื่อมโยงและปรับปรุงการพัฒนาระบบไอทีให้เข้ากับความสามารถทางธุรกิจ โดยเน้นการวัดผลโครงการทั้งด้านวัตถุประสงค์ทางธุรกิจและด้านไอทีตั้งแต่ในอดีต เพื่อปรับใช้กับโครงการในปัจจุบัน

นางเจษฎา กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ไอบีเอ็มยังมี ซอฟต์แวร์เรชันแนล ซิสเต็ม อาคิเท็ค (Rational System Architect) ช่วยให้องค์กรสามารถปรับใช้โครงการพัฒนาแอพพลิเคชันและบริการใหม่ๆ ด้านไอที ทำให้โซลูชันที่พัฒนาขึ้นสามารถทำงานได้สัมพันธ์กับแผนงานทางธุรกิจ พร้อมลดช่องว่างระหว่างธุรกิจและไอที ขณะที่ ซอฟต์แวร์ เรชันแนล โฟคัลพอยต์ ฟอร์ โปรเจ็ก แมเนจเมนท์ (Rational Focal Point for Project Management) จะช่วยจัดการโครงการต่างๆ ในองค์กร พร้อมจัดลำดับความสำคัญของโครงการด้านไอที และสามารถบริหารจัดการด้านการเงิน ทรัพยากรบุคคล และตารางการทำงาน เพื่อช่วยให้ผู้บริหารมองเห็นข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น ผู้สนใจสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับซอฟต์แวร์กลุ่มเรชันแนลได้ที่ http://www.ibm.com/software/rational/announce/ หรือ http://www.ibm.com/press/RSC

bcoms.net

คอมมาร์ตบูรพา’09นำสินค้าไอทีสู่ภาค ตอ.

Pic_27534

ด้วยความร่วมมือระหว่าง เอ.อาร์. และม.บูรพา พร้อมต่อยอดความรู้ไอทีให้ประชาชนในพื้นที่ ดึงนวัตกรรมล้ำสมัยมานำเสนอ หวังกระตุ้นตลาดไอทีภาคตะวันออก…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เอ.อาร์. อินฟอร์เมชัน แอนด์ พับลิเคชัน จำกัด ร่วมกับ มหาวิทยาลัยบูรพา ประกาศจัดงาน “คอมมาร์ต บูรพา 2009” ตั้งแต่วันที่ 3-6 กันยายน 2552 ณ หอศิลปะและวัฒนธรรมภาคตะวันออก ม.บรูพา จ.ชลบุรี เพื่อแสดงและจำหน่ายสินค้าไอทีภาคตะวันออก โดยเน้นความคุ้มค่าด้านราคาของเทคโนโลยี และจุดแข็งในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของ ม.บูรพา รวมถึง ความเชี่ยวชาญด้านสื่อไอทีของเอ.อาร์.

นายชารี มณีศรี รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า แม้ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน จะมีเสถียรภาพไม่มั่นคงเท่าที่ควร แต่จากการจัดงานคอมมาร์ต บูรพา ครั้งที่ผ่านมา พบว่า ประสบความสำเร็จอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ ดังนั้น การจัดงานในครั้งนี้ จึงถือเป็นภารกิจครั้งสำคัญ เพื่อกระตุ้นความรู้ความเข้าใจในเทคโนโลยีแก่นักศึกษา ประชาชนในพื้นที่ และจังหวัดใกล้เคียงที่ร่วมชมงาน ให้มีความรู้ด้านเทคโนโลยีมากขึ้น โดยม.บูรพาได้จัดเตรียมสถานที่จัดงาน บุคลากร การประชาสัมพันธ์รูปแบบต่างๆ และพัฒนาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เพื่อรองรับการจัดงาน ประกอบกับในปัจจุบัน ม.บูรพานำเทคโนโลยีมาใช้อำนวยความสะดวกในการเรียนการสอนทุกสาขาวิชา เชื่อว่า งานในครั้งนี้จะช่วยต่อยอดความรู้ด้านเทคโนโลยีให้แก่ผู้เข้าชมงาน และช่วยกระตุ้นตลาดไอทีในภาคตะวันออก รวมถึง การให้บริการแก่สังคม

ด้าน นายปฐม อินทโรดม ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอ.อาร์. อินฟอร์เมชัน แอนด์ พับลิเคชัน จำกัด กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ นำประสบการณ์การจัดในปีที่ผ่านมาและความต้องการความรู้ด้านไอทีของประชาชนในท้องถิ่นเป็นโจทย์ในการจัดงาน พร้อมผสมผสานความรู้ ความเชี่ยวชาญ ในฐานะผู้จัดทำสื่อด้านไอที และผู้จัดงานนิทรรศการและจำหน่ายสินค้าไอที ด้วยนำเทคโนโลยีล่าสุดมานำเสนอให้ผู้เข้าชมงานได้เลือกซื้อในราคาพิเศษ เชื่อว่า งานคอมมาร์ต บูรพา 2009 จะสามารถกระตุ้นการเรียนรู้ พร้อมลดช่องว่างทางเทคโนโลยีให้แก่คนท้องถิ่นและผู้เข้าชมงาน ด้วยเทคโนโลยีล่าสุดจากต่างประเทศที่นำมาจัดแสดง อาทิ แว่นกันแดดบลูทูธ , หมวกจับสัญญาณ WiFi , ไฟฉายพลังน้ำ และสินค้าไอทีราคาพิเศษประเภทอื่นๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ งานคอมมาร์ต บูรพา 2009 ยังมีบริษัทไอทีชั้นนำร่วมสนับสนุนอย่างเป็นทางการ ได้แก่ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด , บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด , บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด , บริษัท อไลน์เอนซ์ แอนด์ ลิงค์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด โดยงานดังกล่าวยังมีกิจกรรมเสริมความรู้ เวิร์กชอป สัมมนาด้านไอทีจากทีมบรรณาธิการนิตยสารในเครือ ARiP กิจกรรมแนะนำการเลือกซื้อสินค้าไอที และกิจกรรม Commart Auction ประมูลสินค้าไอที นอกจากนี้ เมื่อซื้อสินค้าภายในงานครบทุก 1,000 บาท ลูกค้ายังสามารถแลกรับคูปองชิงโชค 1 ใบ ณ จุด Big Bonus เพื่อลุ้นรับของรางวัลจำนวนมาก อาทิ โน้ตบุ๊ค MSI , สร้อยคอทองคำ , Cyberdict 3 Advance และรางวัลอื่นๆ โดยจะมีการจับรางวัลในวันที่ 6 กันยายน 2552 เวลา 19.30 น. บริเวณเวทีกลางลน์

bcoms.net

ซีเกทสนับสนุนโครงการพิราบดิจิตอล รุ่นที่ 7

Pic_27740

มอบทุนจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง หวังปั้นนักข่าวไอทีรุ่นใหม่ประดับวงการ พร้อมเผยแพร่ความรู้ภายในสายงาน ขยายเครือข่ายวงการข่าวให้กว้างขึ้น…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นางสาวขวัญจิต สุดสวัสดิ์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัทซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด (ขวา) มอบเงินจำนวน 20,000 บาท แก่นายจุลดิส รัตนคำแปง กรรมการฝ่ายวิชาการ ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (ซ้าย) เพื่อสนับสนุนการจัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “นักข่าวพิราบดิจิตอล” รุ่นที่ 7 โดยชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “นักข่าวพิราบดิจิตอล” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างนักข่าวสายไอทีรุ่นใหม่ ให้กับวงการข่าวไอที เผยแพร่องค์ความรู้ด้านการรายงานข่าวไอที ไปยังสถาบันการศึกษา และสร้างเครือข่ายวงการข่าวไอทีให้กว้างขวางยิ่งขึ้น สำหรับโครงการในปีนี้จัดขึ้นเมื่อระหว่างวันที่ 14-16 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่อุทยานวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย รังสิต จังหวัดปทุมธานี โดยมีตัวแทนนักศึกษา คณะนิเทศศาสตร์ วารสารศาสตร์ และสาขาสื่อสารมวลชนเข้าร่วมถึง 58 คน

bcoms.net

TRIDIหนุนวิจัย-พัฒนารองรับตลาดโทรคมฯ

Pic_27763

เปิดห้องปฏิบัติการวิจัยแสงและความเร็วสูงกับจุฬาฯ เร่งเตรียมความพร้อมบุคลากรและองค์ความรู้ ตั้งเป้าลดนำเข้าอุตสาหกรรมโทรคมฯ จากต่างประเทศ…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (20 ส.ค.) สถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม (TRIDI) สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดห้องปฏิบัติการวิจัยโครงการกลุ่มเชี่ยวชาญแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้านการสื่อสารคลื่นแสงและความเร็วสูง (Optical and High-Speed Communication) เพื่อวิจัยและพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์ต่างๆ พร้อมรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของประเทศไทย

พล.อ.ชูชาติ พรหมพระสิทธิ์ ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวว่า นอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์และกำกับบริการโครงข่ายโทรคมนาคม กทช.ยังให้ความสำคัญกับการศึกษา รากฐานสำคัญในการสร้างบุคลากรที่มีศักยภาพเพื่อพัฒนาประเทศ ภายใต้การดำเนินงานและรับผิดชอบของ TRIDI ในการคัดเลือกโครงการจากมหาวิทยาลัยที่มีศักยภาพทั่วประเทศ ที่สามารถดำเนินการต่อยอดงานวิจัยและพัฒนาสู่การปฏิบัติจริง

ประธาน กทช. กล่าวต่อไปว่า ล่าสุด TRIDI เลือกจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันการศึกษานำร่องของประเทศ พร้อมผลักดันให้มีการจัดตั้งศูนย์เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารคลื่นแสงและความเร็วสูง เพื่อสร้างงานวิจัยคุณภาพและช่วยเหลืออุตสาหกรรมโทรคมนาคมด้าน Light-ware หรือ Optical Communication รองรับบริการสื่อสารความเร็วสูง เชื่อว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ จะทำให้เกิดงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อย่างแท้จริง

นายสุพจน์ เธียรวุฒิ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม (TRIDI) กล่าวว่า สถาบันฯ ให้ทุนส่งเสริมและสนับสนุนห้องปฏิบัติการวิจัย ในโครงการ Excellence 2008 Plus Three เพื่อสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือทางวิชาการ ระหว่างสถาบันวิจัยและสถาบันการศึกษา พร้อมพัฒนาศักยภาพของบุคลากรภายในสถาบัน ด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีโทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศ และเทคโนโลยีอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของประเทศไทย รวมถึงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องสู่มาตรฐานระดับสากล

ผอ.TRIDI กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบัน โครงข่ายความเร็วสูงมีบทบาทสำคัญต่อด้านโทรคมนาคมและการพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม การเตรียมความพร้อมด้านกำลังคนและองค์ความรู้เพื่อพัฒนาระบบโครงข่ายความเร็วสูง จึงถือเป็นภารกิจของ TRIDI นำไปสู่การกระจายตัวของบริการโทรคมนาคมความเร็วสูง พร้อมส่งเสริมให้เกิดการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ทางโทรคมนาคมภายในประเทศ เพื่อลดการนำเข้าและนำไปสู่การพัฒนากิจการโทรคมนาคมอย่างยั่งยืน

bcoms.net

ดีแทค HTC แนะนำโปรโมชัน SMS Internet SIM

Pic_27742

ผ่านรายการส่งเสริมการขาย สำหรับลูกค้าเอชทีซีที่ซื้อผลิตภัณฑ์ ชวนเพื่อนร่วมโปรฯ เดียวกันได้ 10 คน รับสิทธิ์ใช้ SMS ฟรี 1 ปี รวมมูลค่ากว่า 3 แสนบาท ถึง 13 ก.ย.นี้…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นายชัยยศ จิรบวรกุล (เสื้อขาว) ผู้อำนวยการอาวุโสกลุ่มธุรกิจโพสต์เพด ดีแทค และ นายณัฐวัชร์ วรนพกุล (เสื้อดำ) ผู้จัดการประจำประเทศไทย เอช ที ซี (ไทยแลนด์) จำกัด ร่วมแนะนำ SMS Internet SIM ที่ดีแทคและเอชทีซีร่วมกันจัดรายการส่งเสริมการขาย สำหรับลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์ HTC Snap รับฟรี SMS Internet SIM พร้อมใช้งานฟรี 1 ปี โดยรับสิทธิ์ส่ง SMS เดือนละ 200 ข้อความ และใช้บริการ EDGE/GPRS นาน 20 ชั่วโมงต่อเดือน นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมให้ลูกค้าร่วมสนุกลุ้นรับรางวัล HTC Snap พร้อมสิทธิ์ใช้ SMS Internet SIM ฟรี 1 ปี เพียงแนะนำโปรโมชั่นให้เพื่อนอีก 10 คน ผ่านอีเมล์ หรือ www.dtac.co.th เพื่อลุ้นรับรางวัลทุกสัปดาห์ๆ ละ 5 รางวัล รวมทั้งสิ้น 20 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 3 แสนบาท ตั้งแต่ 17 สิงหาคม ถึง 13 กันยายน 2552 ประกาศผลผ่านทางหน้าเว็บไซต์ www.dtac.co.th.

bcoms.net