Adman Award 2009 เมื่อไอเดียโฆษณาต้องสู้วิกฤต

ผ่านพ้นคืนแห่งเกียรติยศของคนโฆษณาไทย Adman Award 2009 ที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 6 ไปเมื่อกลางสัปดาห์ก่อน กำหนดแนวคิดของงานไว้ว่า ‘วันแอดแห่งชาติ งานฉลาด ชาติเจริญ’ เพื่อเฉลิมฉลองผลงานสร้างสรรค์ที่ดีเด่น ทุ่มเท กล้าหาญที่จะเอาชนะข้อจำกัด อุปสรรคต่างๆ โดยเฉพาะวิกฤตเศรษฐกิจที่ปกคลุมมาตลอดทั้งปี จนเกิดผลสำเร็จในการสร้างแบรนด์และการขาย

งาน Adman Award ปีนี้มีเอเยนซีที่ส่งผลงานเข้าร่วมจำนวน 28 ราย มีผลงานส่งเข้าประกวดมีทั้งหมด 752 ชิ้น ได้รับรางวัลจำนวน 115 ชิ้น จาก 12 ประเภท ได้แก่ TV Commercial 182 ผลงาน, Print 165 ผลงาน, Outdoor & Ambience 123 ผลงาน, Radio 107 ผลงาน, Graphic 36 ผลงาน, Innovative Use of Media 37ผลงาน, PR 7 ผลงาน, Event 10 ผลงาน, IMC 20 ผลงาน, Interactive and Digital Media 46 ผลงาน และAd That Works 19 ผลงาน

ตรง ตันติเวชกุล ประธาน คณะกรรมการการตัดสินการประกวด Adman Award 2009 กล่าวว่า Adman Award เป็นงานที่มีความหลากหลายครอบคลุมในส่วนของภาคอุตสาหกรรมโฆษณาทั้งหมด ไม่ได้จำกัดเฉพาะงานที่เป็นไอเดียหรือครีเอทีฟแต่อย่างไร แต่จะเป็นงานที่ต้องวัดผลได้และตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างครบวงจร และแม้ว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมโดยรวมจะได้รับผลกระทบจากวิกฤตที่เกิดขึ้นแต่งานโฆษณายังคงเป็นเครื่องมือที่ทำให้การซื้อขายขับเคลื่อน ดังนั้นงานโฆษณาที่ดีสามารถเปลี่ยนทัศนคติของผู้บริโภคได้

ซีรีส์ภาคใหม่ “ไวโอ้” โน้ตบุ๊กธรรมดาทำไม่ได้

การเดินเกมสร้างแต้มต่อในตลาดโน้ตบุ๊กไทยยังมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมาของโน้ตบุ๊กตัวล่าสุดที่มักพกพาความไม่ธรรมดามาเป็นจุดขายที่แตกต่าง เช่นเดียวกับ “โซนี่ไวโอ้” ที่กำลังสร้างภาคใหม่ของซีรีส์ตัวใหม่ให้ตอบสนองความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปจากไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายมากขึ้นของผู้บริโภคในปัจจุบัน

จากสถานการณ์โดยรวมของตลาดไอทีในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2552 ที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่สภาพการชะลอตัวในทุกๆ ผลิตภัณฑ์มีให้เห็นอย่างชัดเจน ไม่เฉพาะเจาะจงกับผลิตภัณฑ์ใดผลิตภัณฑ์หนึ่ง และก็ไม่มีข้อยกเว้นแม้ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่เคยพุ่งแรงอย่างโน้ตบุ๊กก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ค่ายคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กหลายแห่งมีการปรับตัวและพยายามที่จะคิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้โดนใจผู้บริโภคที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์นี้ และยังคงรักษาอัตราการเติบโตในธุรกิจให้ได้ เรียกว่าเป็นการสวนกระแสรายอื่นในตลาด

โน้ตบุ๊กโซนี่ไวโอ้คือหนึ่งในหลายๆ แบรนด์ที่ยังคงมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันไวโอ้ยังคงครองความเป็นผู้นำตลาดโน้ตบุ๊กในกลุ่มระดับราคา 30,000 บาทขึ้นไป ด้วยส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 40%

ปัจจัยใดที่ส่งผลให้ไวโอ้ยังคงมีการเติบโตและยังคงรักษาบัลลังก์อันดับหนึ่งไว้ได้ น่าจะเป็นผลมาจากการที่ไวโอ้มีการศึกษาความต้องการทางการตลาดของผู้ใช้โน้ตบุ๊กอย่างจริงจัง และนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบรับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานที่หลากหลายได้อย่างชัดเจน

ไวโอ้ได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกเป็นซีรีส์มาให้ตลาดเลือกใช้งาน และมีการเพิ่มขึ้นของซีรีส์เรื่อยๆ ตามไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปของตลาด ล่าสุดโซนี่ได้มีการแนะนำไวโอ้ซีรีส์ใหม่ออกสู่ตลาดอีกถึง 4 ซีรีส์ ทำให้ปัจจุบันโซนี่มีไวโอ้ทั้งหมดถึง 11 ซีรีส์ หรือ 17 รุ่น โดยมีขนาดหน้าจอตั้งแต่ 8-24 นิ้ว โดยมุ่งหวังที่จะตอบสนองการใช้งานทั้งในส่วนของการพกพาใช้งาน และความบันเทิงอย่างครบครัน

ปฏิบัติการหมายเลข ‘7′ พลิกโฉมตลาดคอมพ์ทั่วโลก

- ตลาดคอมพิวเตอร์ทั่วโลกกำลังตื่นเต้นกับวินโดวส์เจเนอเรชั่นใหม่จริงหรือ
- เลข ‘7′ จะเปลี่ยนวิถีการใช้งานคอมพ์ของผู้ใช้ทั้งโลกได้อย่างไร
- กระบวนการล้างหน้าจอระบบปฏิบัติการแบบเดิมสู่เวอร์ชั่นล่าสุดจะสัมฤทธิผลหรือไม่
- การเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่จาก ‘ไมโครซอฟท์’ ที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

“วินโดวส์เซเว่นจะพลิกโฉมคอมพิวเตอร์ทั่วโลก และจะกระตุ้นตลาดไอทีทั่วโลก”

เป็นคำกล่าวของ ปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่มั่นใจว่าวินโดวส์เจเนอเรชั่นที่ 7 หรือ Windows 7 นี้จะสร้างปรากฏการณ์อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในตลาดคอมพิวเตอร์

ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น การเปิดตัวของวินโดวส์เซเว่นนี้เกิดขึ้นพร้อมๆ กันทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย จากอดีตที่ผ่านมาการเปิดตัวในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษจะล่วงหน้าก่อนที่จะมีเวอร์ชั่นภาษาไทย แต่สำหรับวินโดวส์เซเว่นนี้จะมีการวางจำหน่ายวินโดวส์เซเว่นเวอร์ชั่นภาษาไทยในช่วงเวลาเดียวกันกับต่างประเทศเลย

ไมโครซอฟท์มั่นใจว่าวินโดวส์เซเว่นจะช่วยให้ผู้บริโภคได้รับประสบการณ์ในการใช้งานคอมพิวเตอร์ที่เชื่อถือได้ ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว และทำให้ชีวิตประจำวันง่ายยิ่งขึ้น ส่วนองค์กรธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ระบบปฏิบัติการใหม่นี้เหมาะทั้งสำหรับการใช้ในเรื่องการทำงานและใช้งานส่วนตัวด้วย Windows 7 Professional ที่สามารถทำงานได้ตามต้องการ และช่วยให้ผู้ใช้งานทำงานได้อย่างมี

เจาะความสำเร็จ โอกิลวี่ ประเทศไทยจากบริษัทก้าวสู่ สถาบันแห่งวงการโฆษณา

ตำแหน่งเอเยนซี่แห่งปี จากเวที แอดแมน อวอร์ดส์ 2009 เมื่อกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และการเป็นเอเยนซี่ไทยเบอร์แรกที่ได้ขึ้นรับรางวัล เอเยนซี่ ออฟ เดอะ เยียร์ ในSPIKES ASIA -1ST ASIAN ADVERTISING FESTIVAL 1 หรือเวที MEDIA AWARD เดิม ที่จัดขึ้นประเทศสิงค์โปร์ เมื่อช่วงกลางปีนี้ รวมไปถึงการคว้ารางวัลซิลเวอร์ไลออนส์ในหมวดภาพยนตร์โฆษณาจากงานประกวดโฆษณาเมืองคานส์ประจำปี 2009 จากแคมเปญโฆษณาสินเชื่อ K-SME Credit ธนาคารกสิกรไทย และการเป็นเอเยนซีที่กวาดรางวัลสูงสุดถึง 37 รางวัลจากเวทีแอดแมน ครั้งล่าสุด ถือเป็นอีกบริบทหนึ่งที่ฉายภาพให้เห็นถึงความสำเร็จที่มีมาอย่างยาวนานของ โอกิลวี่ แอนด์ เมเธอร์ ประเทศไทย

นับตั้งแต่ธุรกิจโฆษณาในประเทศไทยเกิดขึ้นเมื่อกว่า 3 ทศวรรษที่ผ่านมา คงกล่าวได้ว่า ไม่มีบริษัทโฆษณาใดจะสามารถสร้างความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ และต่อเนื่องยาวนานได้เช่นเอเยนซีที่มีจุดกำเนิดจากพนักงานขายเตาอบชาวอังกฤษ เดวิด โอกิลวี่ แห่งนี

แม็ทชิ่ง รีเทิร์น หันเปิดแนวรบธุรกิจบันเทิง

แม็ทชิ่ง คัมแบ็ก หันเปิดเกมรุกธุรกิจบันเทิง ภายใต้ยูนิตใหม่ “ไอน์สไตน์” ประเดิมโปรเจกแรกด้วยการใช้เพลงเจาะกลุ่มลูกค้าที่เป็นเจ้าของสินค้า ชี้เป็นแนวใหม่ของมิวสิค มาร์เก็ตติ้งที่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างตรงกลุ่มเป้าหมาย สร้างประสิทธิผลการขายเหนือเพลงทั่วไป พร้อมจัดแผนปีหน้าด้วยการปรับรูปแบบองค์กรให้มีความชัดเจน มิใช่แค่บริการโฆษณาแต่ต้องตอบสนองลูกค้าแบบครบวงจร

เก็บตัวเงียบหายไปนาน จากพิษวิกฤตเศรษฐกิจที่สร้างความล้มเหลวให้กับธุรกิจหลายๆ โครงการ ชื่อของ ตี๋ แม็ทชิ่ง ที่เคยนำโปรดักชั่นเฮ้าส์แบรนด์ไทย ในชื่อ แม็ทชิ่ง ผงาดอยู่ในแถวหน้าของวงการโฆษณาระดับโลก วันนี้เขากลับมาสร้างสีสันในวงการตลาดอีกครั้ง ด้วยแผนการรุกธุรกิจเอนเตอร์เทนต์เมนต์ ที่เคยเจอโรคเลื่อนมา ที่ตี๋ แม็ทชิ่ง หรือสมชาย ชีวสุทธานนท์ กรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท แม็ทชิ่ง สตูดิโอ จำกัด(มหาชน) มั่นใจว่า ช่วงเวลานี้ ถือเป็นเวลาที่เหมาะสมกับการเปิดยูนิตใหม่ขึ้นมาในชื่อ “ไอน์สไตน์”

เอชพี โปรบุ๊ก ตอบโจทย์ทุกความต้องการ “เอสเอ็มอี”

อำภา ตุงคเศรวงศ์

เอชพีรุกหนักตลาดคอมเมอร์เชียลโน้ตบุ๊ก ส่ง “โปรบุ๊ก” ซับแบรนด์ใหม่ ที่ออกแบบมาเจาะกลุ่มผู้ใช้เอสเอ็มอีโดยเฉพาะ มาครบเครื่องทั้งความปลอดภัยของข้อมูล ความคงทน และใช้งานที่ง่าย แถมยังมี “ดีไซน์” เหมือนในตลาดคอนซูเมอร์โน้ตบุ๊ก

ตลาดคอมเมอร์เชียลโน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ เป็นตลาดอีกเซกเมนต์หนึ่งที่มีการแข่งขันรุนแรงไม่แพ้ตลาดคอนซูเมอร์โน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ ต่างกันตรงที่ขนาดของตลาดที่หดตัวลงตามสภาพเศรษฐกิจ เนื่องจากกำลังซื้อหลักของคอมเมอร์เชียลโน้ตบุ๊กส่วนใหญ่มาจากกลุ่มบริษัทองค์กรขนาดใหญ่ เมื่อบริษัทองค์กรชะลอการใช้จ่ายลง โน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์เป็นหนึ่งในสินค้าหลายๆ ตัวที่ชะลอการซื้อออกไป โดยหันมาใช้โน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่นานขึ้นกว่าเดิม

ส่งผลให้บริษัทผู้ผลิตที่มีการผลิตคอมเมอร์เชียลโน้ตบุ๊กอยู่ในตลาด เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับเซกเมนต์ที่เป็นบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลาง หรือเอสเอ็มอี มากขึ้น ดังจะเห็นได้จากการเปิดตัวโน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์เพื่อเจาะตลาดนี้กันมากขึ้น

“เอชพี” นับเป็นบริษัทผู้ผลิตคอมเมอร์เชียลโน้ตบุ๊กรายใหญ่ ที่เล็งเห็นช่องว่างทางการตลาด “เอสเอ็มอี” ที่เดิมยังไม่ได้มีใครให้ความสนใจมาก่อน ก่อนที่จะเกิดสภาวะเศรษฐกิจเสียอีก โดยการแอบซุ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์คอมเมอร์เชียลโน้ตบุ๊กสำหรับเอสเอ็มอีของเอชพี ทำให้เอชพีเป็นผู้ผลิตโน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ที่สามารถผลิตคอมเมอร์เชียลโน้ตบุ๊กของตนภายใต้ซับแบรนด์ใหม่ “โปรบุ๊ก” ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา

“โปรบุ๊ก ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ที่เป็นกลุ่มเอสเอ็มอีโดยเฉพาะ ใน 3 เรื่องหลัก หนึ่ง ความปลอดภัยของข้อมูล สอง ความคงทน และสาม การใช้งานที่ง่าย ขณะที่ยังให้ความสำคัญกับเรื่องของ “ดีไซน์” เหมือนในตลาดคอนซูเมอร์ควบคู่กันไปด้วย” ปวิณ วรพฤกษ์ ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์และการตลาดกลุ่มธุรกิจเพอร์ซันนัล ซิสเต็มส์ บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (ประเทศไทย) หรือเอชพี กล่าวถึงแนวคิดจุดเด่นของโปรบุ๊กที่แตกต่างจากคอมเมอร์เชียลโน้ตบุ๊กรุ่นอื่นของเอชพีให้ฟัง

สงครามโน้ตบุ๊กครั้งสุดท้าย กระตุ้นกำลังซื้อคนไทยเต็มๆ

- โค้งสุดท้ายตลาดโน้ตบุ๊กไทย ยักษ์ใหญ่ยักษ์เล็กแห่ระบายสินค้าในสต๊อก
- ตอบรับแผนตลาด “อินเทล” ที่เตรียมรีเฟรชแบรนด์ซีพียูครบไลน์ปีหน้า
- โตชิบา เชื่อกระแสโน้ตบุ๊กเบาบางแรงกว่าเน็ตบุ๊กชัวร์

“ตลาดโน้ตบุ๊กไทยสิ้นปีนี้ น่าจะมียอดขายทั้งตลาดอยู่ที่ 1,200,000 เครื่อง ขณะที่มูลค่าตลาดปีนี้เชื่อว่าจะลดลง เนื่องจากราคาของเครื่องถูกลง” ถกล นิยมไทย ผู้จัดการประจำประเทศไทยฝ่ายธุรกิจไอที บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ประเมินสภาพตลาดโน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ในประเทศไทยให้ฟัง

“ผมเชื่อว่า จะมีการทยอยเปิดตัวไอ 5 กับไอ3 สำหรับโน้ตบุ๊กออกมาอย่างต่อเนื่องภายในไตรมาสแรกของปีหน้า” เอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงช่วงเวลาของการเปิดตัวซีพียูที่ใช้แบรนด์ใหม่ที่นำหน้าด้วย “คอร์” ที่เหลือ หลังจากที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ “คอร์ ไอ7″ บนโน้ตบุ๊กไปเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

แอนดรอยด์โฟนติดลมบน รอเด็ดปีกซิมเบียน - วินโดวส์

3 ปีแอนดรอยด์โฟนจะข่มมือถือซิมเบียนและวินโดวส์โฟน การันตีความนิยมที่ก่อตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลกด้วยไลน์มือถือแอนดรอยด์จากผู้ผลิตยักษ์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น เอชทีซี แอลจี ซัมซุง โซนี่ อีริคสัน ความสำเร็จที่ “กูเกิล” ทำแอปพลิเคชั่นบนมือถือให้แตกต่างจากโทรศัพท์มือถือที่มีวางขายอยู่ทั่วไป

“ปี 2553 จะมีผู้ผลิตมือถือที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นผลจากแนวโน้มความต้องการที่กำลังเติบโตและมาแรงขึ้นเรื่อยๆ”

เป็นคำกล่าวของ ณัฐวัชร์ วรนพกุล ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เอช ที ซี (ไทยแลนด์) จำกัด และว่า “ภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี แอนดรอยด์โฟนจะขึ้นมาเทียบรัศมีซิมเบียนโฟนและเบียดวินโดวส์โฟนที่อันดับสอง”

สู่ทศวรรษที่ 3 เอเยนซีไทย “ประกิต” สร้างคนรุ่นใหม่ เติมความมั่นคงองค์กร

ในบรรดาเอเยนซีสายพันธุ์ไทยแถวหน้า ชื่อของ “ประกิต” ดูจะเป็นเอเยนซีที่มีการเปลี่ยนแปลงองค์กรมากที่สุด เส้นทางตั้งแต่ปี พ.ศ. 2521 เรื่อยมาจนถึงปี 2550 เปลี่ยนรูปโฉมจากบริษัทโฆษณาเล็กๆ ที่มีทุนจดทะเบียนเพียง 1 ล้านบาท กลายเป็นเอเยนซีไทยที่มีการร่วมทุนกับต่างประเทศรายแรกๆ ต่อเนื่องสู่การเป็นบริษัทโฆษณาในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเมื่อถึงเวลาที่เริ่มมีสัญญาณว่าอุตสาหกรรมโฆษณาจะต้องเปลี่ยนโฉมสู่ความหลากหลายของการบริการ ประกิตก็เลือกที่จะยกองค์กรขึ้นเป็นโฮลดิ้ง เพื่อความคล่องตัวในการดูแลบริษัทย่อยซึ่งให้บริการเครื่องมือของการสื่อสารการตลาดอย่างครบวงจร

จากเอเยนซี่ที่ตั้งขึ้นจากคนไทยชื่อประกิต อภิสารธนารักษ์ ในนาม “ประกิตแอนด์ แอสโซซิเอทส์” เมื่อปี พ.ศ. 2521 ก้าวเดินและเติบโตได้จากลูกค้าที่ส่วนใหญ่ติดสอยให้ตามประกิตมาจากลีโอเบอร์เนทท์ ดีทแฮล์ม อีกหนึ่งเอเยนซีที่เขาได้ร่วมก่อตั้งขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อนหน้า เปลี่ยนชื่อมาเป็น ประกิต แอนด์ เอฟซีบี หลังการร่วมทุนกับเอเยนซี FCB จากสหรัฐอเมริกา ในปี 2529 ขยับขยายฐานลูกค้าซึ่งก่อนหน้ามีแต่แบรนด์ไทย อย่าง กางเกงชั้นในชายลุฟท์, กางเกงชั้นในสตรีแพนซี่, ข้าวเกรียบกุ้งฮานามิ และยาหอมตราห้าเจดีย์ มาได้ลูกค้าคอนซูเมอร์โปรดักส์แบรนด์อินเตอร์ยักษ์ใหญ่ คอลเกต-ปาล์มโอลีฟ ติดปีกให้ประกิต ยิ่งใหญ่จนขึ้นมาอยู่แถวหน้าในธุรกิจเอเยนซีของไทย

สื่อสารแบรนด์การเงินด้วยความบันเทิงหลักทรัพย์กสิกร ทำCRMเอนเตอร์เทนเมนต์ มัดใจลูกค้า

การสื่อสารแบรนด์ในธุรกิจการเงินวันนี้ สินค้าและบริการด้านการเงินหลายแบรนด์มีความพยายามที่จะทะลายกรอบภาพพจน์ของธุรกิจตนเองออก เพื่อให้แบรนด์สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ใกล้ชิดขึ้น และกว้างขึ้น

แบรนด์ประกันชีวิต ธุรกิจที่เคยดูเคร่งเครียด อย่างเมืองไทยประกันชีวิต ถูกสื่อสารผ่านบริการที่สร้างรอยยิ้มภายใต้โครงการ เมืองไทย Smile Club ขณะที่กรุงเทพประกันภัย กลายเป็นต้นแบบของหนังโฆษณาตลก ด้านธนาคารกสิกรไทย ก็เคยใช้งบประมาณก้อนใหญ่ถึง 50 ล้านบาท ผลิตหนังโฆษณาในสไตล์หนังฮอลลีวู้ดความยาว 1 นาที 8 เรื่อง มีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อปรับภาพพจน์ของแบรนด์ธนาคารที่มีแต่เรื่องการเงินหนักๆ มาเป็นแบรนด์ที่มีความสนุกสนานหลากหลายรสชาติ และวันนี้การสื่อสารแบรนด์ด้วยความบันเทิงถูกส่งต่อมาถึงบริษัทลูกอย่าง หลักทรัพย์กสิกรไทย

ภาพของธุรกิจหลักทรัพย์ที่ผู้คนคุ้นเคย เป็นเรื่องของคนกลุ่มหนึ่งที่ให้ความสนใจอยู่กับการทำกำไรจากตัวเลข ภาพภายในธุรกิจมีแต่เรื่องของการแข่งขัน ความอ่อนไหวต่อข่าวสารที่มีผลทำให้ราคาหุ้นขึ้น-ลง จนทำให้นักลงทุนเคร่งเครียด เป็นภาพที่หลักทรัพย์กสิกรไทยพยายามลบออกไป ด้วยการนำความบันเทิงเข้ามาเติมแทนที่